วันพฤหัสบดีที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2554

เรื่องสวิตช์ลูกลอย

สวิตช์ลูกลอย (FLOATING SWITCH)
     เป็นสวิตช์สำหรับควบคุมระดับน้ำหรือของเหลวในถัง สวิตช์ลูกลอย 1 ชุดสามารถใช้ควบคุมระดับน้ำได้ทั้ง ระดับบน และระดับล่าง
  สวิตช์ลูกลอย (Floating Switch)
     ทำงานโดยอาศัยการตรวจจับ (Sensor) ระดับน้ำตาม ที่ตั้งไว้ทั้งระดับบน (Upper limit) และระดับล่าง (Lower limit) เมื่อน้ำลดต่ำลงมาถึงระดับของตัวเซ็นเซอร์ที่ตั้งไว้ด้านล่าง จะทำให้หน้าสัมผัสของสวิตช์ลูกลอยทำงานต่อให้มอเตอร์ ปั๊มน้ำทำงานสูบน้ำเข้าไปในถัง และเมื่อน้ำสูงขึ้นถึงระดับ บนที่ตั้งไว้ หน้าสัมผัสของสวิตช์ลูกลอยก็จากออกตัดกำลัง ไฟฟ้าออกจากมอเตอร์ปั๊มน้ำ

เรื่อง บอลลูน

บอลลูน
b

       ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา  เที่ยวบินบอลลูนได้บรรทุกผู้โดยสารเหนือน่านฟ้าของทวีปยุโรปและอเมริกา  และได้กลายเป็นกีฬาที่สร้างความตื่นตา  ตื่นใจ  ในประเทศสหรัฐอเมริกา  อังกฤษ  และขยายมาจนถึงประเทศออสเตรเลียในปี  ค.ศ. 1970  ปัจจุบันในประเทศสหรัฐอเมริกา  มีบอลลูนอยู่มากถึง  5,000  ลูกทีเดียว   คลิกอ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่ คลิกค่ะ
 

เรื่อง เซอร์กิตเบรกเกอร์

เซอร์กิตเบรกเกอร์ (CIRCUIT BREAKER)พิมพ์
    เป็นอุปกรณ์ปลดวงจร และป้องกันการลัดวงจร มีหลายขนาด หลายแบบ ขึ้นอยู่กับแรงดัน, กระแสโหลด, กระแสขณะตัดวงจร (Interrupting Current) มีทั้งชนิดทำงานด้วยความร้อนและชนิดทำงานด้วย แม่เหล็ก
 เซอร์กิตเบรกเกอร์ (Circuit Breaker)
      ทำหน้าที่ตัดวงจรไฟฟ้าคล้ายฟิวส์แต่ไม่มีการหลอมละลาย ของฟิวส์ จะทำการตัดกระแสออกจากวงจรเมื่อเกิดการลัดวงจร หรือกระแสมากเกินขีดจำกัดของเบรกเกอร์ หรือเกิดความร้อน มากเกินไป เมื่อเซอร์กิตเบรกเกอร์ตัดวงจร (Trip) แล้ว สามารถ ทำให้วงจรทำงานกลับมาทำงานใหม่ได้โดยการรีเซ็ท หรือกด เบรกเกอร์ให้ลงมาอยู่ในตำแหน่ง OFF ก่อน แล้วจึง ON ใหม่
การทำงานของเซอร์กิตเบรกเกอร์
คลิกเข้าไปโยกเซอร์กิตเบรกเกอร์ คลิกค
 

เรื่อง ฟิวส์

ฟิวส์ (FUSES)พิมพ์
    เป็นอุปกรณ์ในการป้องกันวงจรทั้งวงจรควบคุม (Control circuit) และวงจรกำลัง (Power circuit) ฟิวส์ทำงานตัดวงจรโดยการหลอมละลายมีทั้งชนิดตัด วงจรทันที (Instantenous) และแบบหน่วงเวลา (Time delay fuse)

เรื่อง หม้อแปลงไฟฟ้า

หม้อแปลงไฟฟ้า (TRANSFORMER)พิมพ์
 
     เป็นเครื่องกลไฟฟ้าที่ทำหน้าที่ถ่ายทอดพลังงาน ไฟฟ้าจากวงจรหนึ่งไปยังอีกวงจรหนึ่ง อาศัยหลักการ เหนี่ยวนำแม่เหล็กไฟฟ้า หม้อแปลงไฟฟ้าสามารถแปลง ระดับแรงดันไฟฟ้าให้สูงขึ้น (Step up) หรือให้ต่ำลง (Step down) ได้ ในวงจรการควบคุมมอเตอร์หม้อแปลง มักจะนำไปใช้ในการแปลงแรงดันไฟฟ้าให้ต่ำลง สำหรับวงจรควบควบ (Control circuit) หรือใช้แปลง แรงดันให้ต่ำลงสำหรับเครื่องวัด
 

เทคนิคการแต่งเรื่องการ์ตูนช่อง (การ์ตูน)

โพสต์เมื่อ 14 พฤษภาคม 2007 02:02 โดย jimmoo ในบทเรียน
หากจะกล่าวถึงการเขียนการ์ตูนอย่างไรให้สนุกแล้วในความเห็นของผมก็จะมีปัจจัยหลักๆอยู่ดังนี้
เนื้อเรื่อง
สตอรี่บอร์ด
ทั้งนี้จะไม่กล่าวถึงเทคนิคทางภาพเลยเพราะจะยกเป็นอีกหัวข้อใหญ่ที่จะหาโอกาสมาแนะนำกันอีกที
เอาล่ะทีนี้เรามาลองดูกันว่าทำยังไงถึงจะควบคุมปัจจัยข้างต้นนั้นได้
ภาพยนตร์ซีรี่ทีวีหนังสือเรื่องสั้นนิยายข่าว พอไม่คิดถึงการแต่งเรื่อง
เช่น
1 อันดับแรกถามตัวเองเลยว่าจะเขียนแนวไหน
ตอบ รักโรแมนติคตลกผสม
จะเขียนให้ใครอ่าน
ตอบ วัยรุ่นมัธยมจนถึงมหาลัยทั้งสองเพศอ่านได้ (กำหนดให้ชัดเจน)
ความยาว
ตอบ 32 หน้า (เรื่องสั้นจบในตอน)
บรรยากาศของเรื่อง
ตอบ ยุคปัจจุบัน เมืองท่องเที่ยวเล็กๆริมแม่น้ำ
มีตัวละครหลักกี่ตัว
ตอบ สามตัว (เรื่องสั้นห้ามตัวละครเยอะ)
จริงๆคำถามนำอาจจะมากกว่านี้ขึ้นอยู่กับจุดประสงค์ของการเขียน
เอ้าที่นี้มาดูกันว่าคำถามแต่ละข้อมีนัยยังไง
ข้อ 1 คือจะเขียนการ์ตูนแนวเลิฟคอมเมดี้ การผูกปมของแนวเรื่องแบบนี้คือ พระเอกกับนางเอกจะรักกันได้อย่างไรหรือจะสมหวังกันยังไง เนี่ยที่คนอ่านลุ้น
ข้อ 2 จะเขียนให้ใครอ่าน การกำหนดกลุ่มเป้าหมายที่ชัดเจนจะช่วยให้เรามองเห็นภาพงานได้ชัดว่าจะต้องวาดออกมาสไตล์ไหน ออกแบบตัวละครยังไง ถ้าเรื่องนี้เขียนให้คนวัยทำงานอ่านก็อาจจะมีการปรับเรื่องอายุของตัวละครให้สอดคล้องกับกลุ่มเป้าหมายด้วย
ข้อ
นักท่องเที่ยว
ร้านค้าของที่ระลึกโรงแรม
ข้อ
เอาไว้มาต่อเรื่องเทคนิคการเล่าเรื่องกัน

วันอังคารที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

วิธีแต่งรูปสาวสวยให้สวยขึ้นไปอีกด้วย photoshop

 วันนี้มีเทคนิคดี ๆ มาฝากคุณสุภาพสตรี ที่อยากมีรูปสวย ๆ สักใบ
โดยจะเป็นมีวิธีลบริ้วรอย จุดไม่พึงประสงค์ ทำผิวขาวเนียน 
ทำให้ดูผอมเพรียวนิดหน่อยครับ 


  เรามาเริ่มกันเลยดีกว่านะครับ โดยการเปิดโปรแกรม Phนtoshop (สำหรับผมใช้เวอร์ชั่น CS3 นะครับ แต่เวอร์ชั่ออื่น ๆ ก็สามารถทำได้เช่นเดียวกัน)จากนั้นเปิดไฟล์ภาพที่ต้องการ อันดับแรกที่จะทำคือทำให้ตัวนางแบบดูผอมลง โดยการบิดเบียนภาพนิดหน่อยให้พองามคับ มีขั้นตอนดังนี้ที่พาเลท Layers (บริเวณมุมขวาล่างของโปรแกรม) ให้คลิกขวาที่ Layer Background จากนั้นเลือกที่ Duplicate Layer...  เพื่อสร้าง Layer ขึ้นมาอีก 1 Layer (คีลัด Ctrl + J) เมื่อขึ้นหน้าต่างอะไรขึ้นมา ก็กด OK เลยคับ
หากไม่มีอะไรขึ้นมาก็ไม่เป็นไรคับ ใช้ได้เช่นกัน ^_^  (ดูภาพประกอบนะครับถ้าไม่เข้าใจ)


 เราจะได้ Layer รูปภาพขึ้นมาซ้อนกันอีก 1 รูป (ชื่อ Layer Background Copy , หากกดคีย์ลัด Layer ด้านบนจะชื่อว่า Layer 1 นะครับ แต่ก็ใช้ได้เหมือนกัน) ดังภาพ




จะมี Layer ซ้อนขึ้นมาชื่อ Background copy
จากนั้นไปที่เมนูด้านบน เลือก Edit>Free Transfrom (คีย์ลัด Ctrl+T) เมื่อกดแล้วสังเกตุบริเวณขอบภาพ
จะปรากฎจุดขึ้นมา 8 จุด ให้ คลิกเมาส์ค้างที่จุดด้านขวาตรงกลางของขอบภาพแล้วลากเข้าห้าตัวภาพเล็กน้อย เมื่อได้ขนาดที่ต้องการแล้วก็กดปุ่ม Enter ได้เลยคับ ดังภาพ



เสร็จแล้วก็ด Enter นะครับ
** ไม่ควรบีบภาพมากเกินไปเพราะจะทำให้ภาพเพี้ยนดูไม่เป็นธรรมชาติ ให้เลื่อนเพียงเล็กน้อยเท่านั้น เอาแค่พองาม **
จากนั้นที่แถบเครื่องมือด้านซ้าย ให้เลือกที่ Crop Tool    หรือกกดปุ่ม "C" ที่คีย์บอร์ดก็ได้ครับ
เมื่อเลือก Crop Tool แล้วก็คลิกเมาส์ลาก ที่ตัวภาพ เพื่อเลือกเฉพาะส่วนที่ต้องการ เมือได้ดังภาพ




ผลลัพที่ได้ ดังภาพคับ 
จากภาพจะเห็นว่านางแบบผอมลงแล้วนิดหน่อย


จากนั้นกด Ctrl+E ที่คีย์บอร์ดเพื่อรวม Layer เข้าด้วยกัน
ขั้นต่อไปเราจะมาทำให้นางแบบของเราขาวและเนียนขึ้น ดังนี้ครับ
ที่เมนูด้านบน ให้ไปที่ Image>adjustment>Curves
จะปรากฎหน้าต่าง Curves ขึ้นเมาให้เราคลิกเมาส์ที่ตรงกลางแล้วลากทะเเยงขึ้น (ดังภาพ) เพื่อเพิ่มความสว่างให้กับตัว




มื่อได้ความสว่างที่พอใจแล้วก็กด OK เลยครับ
ขั้นต่อมาเราจะ copy Layer ขึ้นมาอีก โดยการกดปุ่ม Ctrl + J ที่คีย์บอร์ด จะได้ Layer เพิ่มขึ้นมาอีก ชื่อ Layer 1



จากนั้นไปที่เมนูด้านบน ไปที่ Filter>Blur>Gaussian Blur...
จะมีหน้าต่าง Gaussian Blur ขึ้นมา ที่แถบเลื่อนด่านล่าง (Radius) ให้เลื่อนไปขวาเพื่อปรับให้ Blur พอสมควร 
เนื่องจากขนาดภาพที่เราใช้ไม่เท่ากันดังนี้ ภาพของท่านก็ปรับโดยใช้สายตากะเอานะครับอาจให้ Blur เท่ากับภาพตัวอย่างก็ได้นะครับ




เมื่อได้ความ Blur ที่ต้องการแล้วก็กด OK เลยครับ
เมื่อได้แล้วต่อไปก็ให้สังเกตุที่พาเลท Layer (มุมขวาล่างของโปรแกรม) ในช่องสีขาว ๆ ที่เขียนว่า "Normal" นะครับ ตรงนั้นจะมีรูปลูกศรชี้ลงให้ใช้เมาส์คลิก แล้วเลือกเปลี่ยนให้เป็น "Multiply" ภาพจะดูเข้มขึ้นและความ Blur ก็หายไปด้วย ^_^ (ดังภาพครับ)



จากนั้นกด Ctrl + E เพื่อรวม Layer เข้าด้วยกัน
จะเห็นได้ว่าภาพคมเข้มขึ้นแต่มืดลงดังนั้นเราต้องเรียกเครื่องมี Curves ขึ้นมาใช้งานอีกครั้ง
โดยกด Ctrl+M ที่คีย์บอร์ดเพื่อเรียกหน้าต่าง Curves ขึ้นแล้วก็ทำตามขั้นตอนดังที่กล่าวไป
แล้วข้างต้นอีกครั้ง แต่คราวนี้ปรับให้สว่างเพียงเล็กน้อยเท่านั้น (ดังภาพ)




เมื่อได้ความสว่างดังต้องการแล้วก็กด OK
ต่อจากนั้นที่ตัวภาพยังคงมีสีแดงและสีเหลืองมากเกินไป (พูดง่าย ๆ คือยังไม่ขาวได้ใจ)
เราจะลดเหล่านั้นลง วิธีการคือ ไปที่เมนูด้านบน ไปที่ Image>Adjustments>Hue/Saturation...  (คีย์ลัด Ctrl+U)
เมื่อกดแล้วจะปรากฎหน้าต่าง Hue/Saturation ขึ้นมา ในช่อง Edit (ที่เขียนข้างในว่า Master) เปลี่ยนเป็น Yellows และที่แถบเลื่อนด่านล่าง (ที่มีสามแถบ) ในช่อง Saturation ให้เลื่อนตัวเลื่อนมาด้านซ้ายเพื่อลดสีเหลืองลง เพื่อขับความขาวให้ออกมา (ดังภาพ)


เมื่อได้ตามต้องการแล้วก็กด OK
หากดูแล้วยังมีสีแดงมากเกินไปก็สามารถเรียกเครื่องเดิม (Hue/Saturation) แต่ในช่อง Edit ให้เปลี่ยนเป็น Reds และปรับแถบ Saturation มาทางซ้ายหรือขวาเพื่อเพื่อลด หรือเพิ่มใด้ (แล้วแต่ความชอบของแต่ละท่าน)  
สำหรับขั้นตอนสุดท้ายคือการลบจุดไผ กระ (ใครที่ชอบแบบธรรมชาติก็ไม่ต้องทำขั้นตอนนี้ก็ได้นะครับ) มีวิธีการดังนี้
ในแถบเครื่องมือ ให้เลือกที่ Patch Tool   (หรือกดปุ่ม "J" ที่คีย์บอร์ดง่ายกว่าครับ)
เมื่อได้แล้วก็นำเมาส์ไปวาดลอบ ๆ จุดที่ต้องการเอาออก เช่น ไฝ กระ รอยตีนกา เป็นต้น
เมื่อปล่อยเมาส์แล้วจะสังเกตุเห็นเป็นจุดประลอบ ๆ จุดที่ต้องการเอาออก
จากนั้นคลิกเมาส์ค้างไว้ที่บริเวณกลึ่งกลางของจุดที่วงไว้แล้ว ลากไปทับตรงจุดใดก็ได้บนใบหน้า หรือจุดใกล้เคียงที่เรียบ ๆ เนีย ๆ นะครับ ลากไปแล้วปล่อยเมาส์ จุดก็จะหายไป (ดังภาพ)




จุดไฝก็จะหายไป ทำลักษณะเดียวกันกับทุก ๆ จุดที่ท่านไม่ต้องการ


ผลลัพที่ได้ออกมาเมื่อลบจุดไฝ กระ ออกแล้วครับ 
เท่านี้ก็ได้รูปสวย ๆ แล้ว ท่านอาจจะทำเส้นขอบ หรือกรอบตกแต่งเพิ่มเติมตาม Style
ของตัวได้เลยนะครับ เทคนิคนี้สำหรับท่านชายก็ทำได้นะครับ 

*** หากลบจุดแล้วเกิดผิดพลาดหรือไม่พอใจ ให้กด Ctrl+Alt+Z เพื่อทำใหม่ได้นะครับ)