วันพฤหัสบดีที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2554

เรื่อง มารู้จักกับ...แก๊สน้ำตา?

มารู้จักกับ...แก๊สน้ำตา?พิมพ์

สารเคมีชนิดหนึ่งซึ่งทำให้เกิดการระคายเคืองต่อตา


 

          แก๊สน้ำตา (Lachrymatory agent หรือ tear gas) ค้นพบโดยนักวิทยาศาสตร์ชาวอเมริกัน 2 คนชื่อ BEN CORSONและ ROGER STAUGHTON เมื่อปี ค.ศ.1928 


 

          เป็นสารเคมีชนิดหนึ่งซึ่งทำให้เกิดการระคายเคืองต่อตา เยื่อบุตาและแก้วตาดำ ทำให้มีน้ำตาไหลออกมาก 


 

          เยื่อบุตาจะแดงแก้วตาดำบวม การมองไม่ชัด น้ำมูกน้ำตาไหล หายใจลำบาก 


 

          ส่วนใหญ่อาการจะหายไปภายใน 1 ชั่วโมง 


 

          แก๊สน้ำตาถูกนำมาใช้เป็นอาวุธประเภทก่อกวนในการปราบปรามจลาจล เพื่อสลายการชุมนุม การใช้งานมีทั้งยิงจากเครื่องยิงแก๊สและชนิดขว้างโดยบุคคล 


 

          ปกติแล้วกระสุนแก๊สน้ำตาที่ใช้ปราบจลาจลออกแบบมาเพื่อใช้กับฝูงชน จึงไม่ทำให้ฝูงชนเกิดอันตราย ไม่สามารถทำอันตรายต่อร่างกายมนุษย์ได้ 


 

          เหตุผลที่กระสุนแก๊สน้ำตาไม่สามารถทำอันตรายต่อร่างกายมนุษย์ เพราะตัวกระสุนเบา ภายในบรรจุแก๊ส 


 

          น้ำหนักกระสุนก่อนยิงกับหลังยิงไปแล้วไม่ได้แตกต่างกันมาก 


 

          กระสุนที่มีระยะยิงวิถีโค้งไกลสุดไม่เกิน 150 หลา รัศมีกลุ่มควันประมาณ 10-15 หลา 


 

          ความแรงและความเร็วต้นจึงไม่สูง อีกทั้งเครื่องยิงกระสุนแก๊สน้ำตาบอบบางไม่สามารถใช้ยิงกระสุนที่ความแรงได้เพราะจะเป็นอันตรายต่อผู้ยิง 


 

          กระสุนดังกล่าวไม่มีสะเก็ดระเบิดเป็นเพียงควันลอยออกมา 


 

          จากการใช้งานของหน่วยปราบจลาจลทั่วโลกที่ผ่านมา ยังไม่เคยมีรายงานว่ากระสุนแก๊สน้ำตาทำให้ขาขาดหรือมีแผลฉีกขาด 


 

          ในกรณียิงโดนตัวคนอย่างจัง ก็จะมีเพียงมีรอยบวมช้ำเท่านั้น 


 

          การยิงปกติ ผู้ยิงที่ได้รับการฝึกมาจะถูกสอนไม่ให้ยิงโดนตัวฝูงชน แต่จะใช้วิธียิงเหนือลมในแนวเฉียง วิถีโค้งแล้วให้ประสุนตกพื้นเพื่อกระจายแก๊สน้ำตาออกมา 


 


 


 

ที่มา : หนังสือพิมพ์ข่าวสด

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น