= ช่วงเวลานี้เจ้าชายสิทธัตถะและเจ้าหญิงยโสธราทรงงานราชการต่างๆ และทรงมีพระโอรสแล้ว พระนามว่า "ราหุล" =
ก่อน วันงานรื่นเริงต้อนรับพระอาคันตุกะ ในคืนวันพระจันทร์เต็มดวงในเดือนอุตตรสาฬทะ เจ้าหญิงยโสธราทรงถามพระสวามี เกี่ยวกับการแก้ปัญหาให้คนทุกคนบรรเทาจากทุกข์ได้อย่างไร จนมาถึงค่ำคืนนี้พระองค์ได้ทรงประทับตามลำพังข้างนอก ทอดพระเนตรดูดาวเดือนต่างๆ ที่แจ่มจรัสบนฟ้า แล้วตัดสินใจแน่วแน่ว่า "หากเราไม่พบอริยมรรคแล้วไซร้ เราจะไม่กลับมาที่กรุงกบิลพัสดุ์อีก" แล้วจึงเสด็จเปลี่ยนฉลองพระองค์ในชุดเดินทาง
พระองค์เสด็จเข้าไปในป่าเจอกับนักล่าสัตว์ที่ใส่ผ้าสีเหลือง จึงขอแลกฉลองพระองค์กับนักล่าสัตว์ แล้วบอกแก่นักล่าสัตว์ให้หยุดเสีย
ตอน นี้พระองค์เป็นนักบวชอย่างแท้จริงแล้ว พระสิทธัตถะทรงอาศัยอยู่ในป่าเป็นเวลานาน และได้เรียนรู้จากการเป็นศิษย์หลายสำนัก พระองค์ได้กลับมาพิจารณาเรื่องการหลุดพ้นจากความทุกข์ ซึ่งไม่ว่าจะร่าเรียนจากสำนัักใดๆ ก็ไม่เจอพ้นทางพ้นทุกข์ เมื่อเป็นเช่นนั้นแล้ว พระองค์ต้องแสวงหากุญแจแห่งการตรัสรู้ด้วยลำพังพระองค์เอง
พระสมณโค ดมสิทธัตถะเริ่มโดยวิถีหนทางการบำเพ็ญทุกรกิริยา เพื่อบรรลุการหลุดพ้นเป็นเวลา 6 เดือน ช่วง 3 เดือนแรกประทับคนเดียว เดือนที่สี่ มี ปัญจวัคคีย์ เข้าร่วมด้วย อันได้แก่ โกณฑัญญะ วัปปะ ภัททิยะ อัสสชิ และมหานามะ
ณ ใต้ต้นอัสสัตถพฤษ์ พระองค์ได้เข้าถึงศูนย์รวมพลังสมาธิ เพ่งวิปัสสนาญาณเห็นความเป็นจริง ลำดับต่อมาทรงจุดแสงสว่างแห่งการตื่นรู้ภายในสภาวะจิตของพระองค์เอง อันที่แหล่งกำเนิดของความทุกข์ ความกลัว ความโกรธ ความเกลียด และอวิชชา แลได้เข้าพระทัยว่าอกุศลมูล คืออวิชชา เมื่อใดที่หลุดพ้นจากอวิชชา จิตก็จะปลาสนาการไปเอง ท่านได้ตระหนักถึง หลักธรรม 2 ประการ นั้นคือ หลักอิทัปปัจยตา และ หลักอนัตตา ท่านอาศัยการเจริญสติ จิต กาย และลมหายใจหลอมรวมเป็นหนึ่งเข้าสู่ภวังค์อันล้ำลึก จนเห็นอดีตชาติ เห็นการเกิด และตายทุกครั้งของพระองค์นับครั้งไม่ถ้วน พระสมณโคดมเข้าสู่สมาธิภาวนายิ่งกว่าเดิมจนเห็นโลกนับอนันนต์เกิดขึ้นและดับ ไป ถูกสร้างขึ้นใหม่และถูกทำลายไป เมื่อเห็นแจ้งเช่นนั้น พระองค์ทรงยิ้มให้แก่ความแจ้งแล้วแห่งการเวียนว่ายตายเกิด เป็นรอยยิ้มแห่งความเข้าใจอันมัศจรรย์ เป็นญาณทัสนะหยั่งรู้การดับสลายของสรรพสิ่งอันไม่จีรัง ท่านบรรลุญาณนี้เวลายามสองของราตรี
เมื่อเสด็จกลับสู่ต้นศรีมหาโพธิ์แล้ว ทรงตรัสกับสุชาดาว่าเราจะเดินทางไปหาปัญจวัคคีย์
แล้วพระพุทธเจ้าจึงจัดตั้ง สังฆะ ขึ้น (สังฆะ คือ สมาคมของหมู่ชนที่ดำรงชีวิตอย่างกลมกลืนและตื่นรู้ เราต้องนำเมล็ดพันธุ์แห่งโพธิญาณหว่านโปรยไปทุกแห่งหน)
เป็นอย่างไรกันบ้างครับ ผมเขียนเท่าทีจะเขียนได้นะครับ
ปล. เนื้อหาบางส่วนคัดลอกจาก คือเมฆสีขาวทางก้าวเก่าแก่ หนังสือวรรณกรรมพุทธประวัติ ลองหาซื้อมาอ่านกันนะครับ (ดีมาก)
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น